เปิดชีวิต! “เตโอฟิโม โลเปซ” กับบาดแผลของฮิสแปนิก อพยพสู่การโค่นแชมป์โลกที่ดีสุดแห่งยุค

หลายคนคิดว่า โลเปซ มาถึงจุดนี้ได้เพราะพรสวรรค์ในพลังกำปั้น แต่นั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะไฟแห่งความเคียดแค้น ความโกธาที่สุมอยู่ในอก ที่ต้องการลบบาดแผลในใจ เชื้อเพลิงที่ผลักดัน โลเปซ ก้าวมาถึงจุดนี้

0
1003

หลายคนคิดว่า โลเปซ มาถึงจุดนี้ได้เพราะพรสวรรค์ในพลังกำปั้น แต่นั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะไฟแห่งความเคียดแค้น ความโกธาที่สุมอยู่ในอก ที่ต้องการลบบาดแผลในใจ เชื้อเพลิงที่ผลักดัน โลเปซ ก้าวมาถึงจุดนี้ 

โลเปซ มีปูมหลังครอบครัวที่ไม่ได้สวยงามนัก ปู่ของเขาคือฮิสแปนิกชาวอพยพ ที่ย้ายไปตั้งรกรากในฮอนดูรัส, ย่าของเขา ใช้ความรุนแรงกับพ่อโลเปซ เธอมีอาการทางจิต ก่อนตัดสินใจฆ่าตัวตาย, เตโอฟิโม ซีเนียร์ พ่อของเขาคือนักเลงและอดีตพ่อค้ายา ที่พยายามปิดปกความลับบางอย่างไม่ให้เขาล่วงรู้ 

หากเป็นวัยรุ่นรายอื่น เตโอฟิโม อาจเป็นทาสของยาเสพติด หรือเสียคนไปแล้ว แต่บทเรียนที่ได้จากคนในครอบครัว แปรเปลี่ยนเขากลายเป็นนักสู้ที่หัวใจกล้าแกร่ง เจ้าของสถิติไร้พ่าย ที่แม้แต่ โลมาเชนโก้ ยังต้องยอมสยบ

เรื่องเล่าจากต้นตระกูล

ครอบครัวของ เตโอฟิโม โลเปซ มีรากฐานจากประเทศสเปน คุณปู่ของเขาอพยพสู่ทวีปอเมริกากลางหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะแรงงานที่ประเทศฮอนดูรัส เริ่มจากคนขับแท็กซี่, เจ้าของธุรกิจร้านเบเกอรี และร้านขายรองเท้า

ด้วยวัย 51 ปี กับงานที่หนักหนาสาหัสตั้งแต่เช้าจรดเย็น คุณปู่ของโลเปซ จึงอยากหาใครสักคนมาบรรเทาความเหงาข้างกาย เขาพบรักกับ โยลันดา โรเมโร หญิงสาวหน้าตาดีวัย 18 ปี ทั้งคู่ให้กำเนิดลูกชายหนึ่งคน คือ เตโอฟิโม โลเปซ ซีเนียร์

เพื่อชีวิตที่ดีกว่า โยลันดา หอบหิ้วลูกชายคนเดียวสู่ย่านบรูคลิน มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อประกอบอาชีพลูกจ้างในโรงงานผลิตสบู่ สำหรับซิงเกิลมัมที่หาเช้ากินค่ำอย่างเธอ มี 2 ทางเลือกที่คนเป็นแม่จะมอบให้แก่ลูกชาย คือ ความรัก หรือ ความรุนแรง โชคร้ายที่โยลันดาเลือกแบบหลัง

เตโอฟิโม ซีเนียร์ เติบโตขึ้นมาด้วยกำปั้นและหัวเข็มขัด ชีวิตของเขาไม่เคยมีความหมายอื่น นอกจากเป็นกระโถนรองรับอารมณ์โกรธเกรี้ยวจากผู้เป็นแม่ 

เตโอฟิโม ซีเนียร์ นำสิ่งที่ได้รับแบ่งปันสู่สังคมรอบข้าง เมื่ออายุ 10 ขวบ เขาเริ่มต้นลักขโมย และหลอกขายกัญชา ไม่นานนัก ชื่อเสียงของ เตโอฟิโม ซีเนียร์ เป็นที่รู้จักในบรูคลิน ด้วยฐานะนักเลงรุ่นเยาว์

เมื่อรู้ตัวว่าควบคุมลูกชายไม่ได้ โยลันดา ส่ง เตโอฟิโม ซีเนียร์ กลับฮอนดูรัส เพื่อไปอยู่กับพ่อ เขาทำงานเป็นคนทำแซนวิชในโรงแรมจนอายุ 14 ปี พ่อของเขาเสียชีวิตลง เตโอฟิโม ซีเนียร์ ที่ไม่ได้กลับดูใจบิดาเป็นครั้งสุดท้าย เพราะกำลังเมาเหล้า เดินทางกลับสู่บรูคลิน เพื่อมาอยู่กับแม่อีกครั้ง

โชคร้ายสำหรับ เตโอฟิโม ซีเนียร์ เมื่อเดินทางถึงสหรัฐอเมริกา เขาจึงพบว่าแม่ของตัวเองกลายเป็นคนเสียสติ โยลันดา มักตื่นขึ้นมากลางดึกพร้อมกับมีดที่อยู่ในมือ 

บางครั้งก็เดินถอดเสื้อผ้าในที่สาธารณะ สิ่งเดียวที่พอจะยึดเหนี่ยวสติของเธอไว้ได้บ้าง คือ ลูกชายเพียงคนเดียว เตโอฟิโม ซีเนียร์ เล่าให้ฟังภายหลังว่า แม่มักจะกอดเขาก่อนนอนทุกคืน

น่าเสียดายที่ความรักของแม่ส่งไปไม่ถึงลูก เตโอฟิโม ซีเนียร์ ออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง โดยทิ้งครอบครัวไว้เบื้องหลัง กว่าจะรู้ตัวอีกที คุณแม่ของเขาได้ปลิดชีวิตตัวเองด้วยการแขวนคอที่ห้องนอน ในวัย 17 ปี ชีวิตของ เตโอฟิโม ซีเนียร์ ไม่เหลืออะไร นอกจากความโมโหที่อัดแน่นอยู่ในใจ

“เธออยู่บนเตียงชั้นสอง ผมเริ่มที่จะขว้างปาข้าวของ ผมอยากฆ่าทุกคน” เตโอฟิโม ซีเนียร์ ย้อนความรู้สึกในวันที่แม่ของเขาจากไป

“ชีวิตของผมหมดสิ้นแล้ว ผมเสียสองสิ่งในชีวิตที่ผมรักที่สุดไป และเป็นสองครั้งที่ผมทำทุกอย่างพังพินาศ ไม่มีใครสามารถแก้ไขความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้น ทั้งความโกรธ และความเคียดแค้น มันไม่มีวันหายไปจากใจผม”

บทเรียนจากพ่อ

ความทุกข์ในวัยเยาว์ของ เตโอฟิโม ซีเนียร์ กลายเป็นความผิดพลาดที่เขาอยากแก้ไข โอกาสนั้นมาถึง เมื่อเขาให้กำเนิดลูกชายคนแรก เตโอฟิโม โลเปซ จูเนียร์ ในปี 1997 ในขณะนั้น เตโอฟิโม ซีเนียร์ กำลังรุ่งเรืองในบทบาทพ่อค้ายาบนถนน Fourth Avenue ย่านบรูคลิน

เตโอฟิโม จูเนียร์ คือแรงบันดาลใจที่ทำให้ผู้ชายคนหนึ่ง อยากเปลี่ยนชีวิตจาก พ่อค้ายาเสพติด สู่ พ่อที่ดี เตโอฟิโม ซีเนียร์ ล้างมือของตัวเองให้สะอาด ก่อนย้ายสู่รัฐฟลอริดา เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยอาชีพคนขับรถลีมูซีน

“พ่อของผมยังคงทำธุรกิจแบบนั้นบ้างที่ฟลอริดา แต่เขาและแม่ พร้อมจะทำทุกอย่างที่ต้องทำ เพื่อครอบครัวของเราเสมอ” เตโอฟิโม จูเนียร์ กล่าวกับ ESPN

สองบล็อคห่างออกไปจากบ้านของเตโอฟิโม คือ โรงยิมโรงเรียนตำรวจ วันหนึ่งขณะที่เขาอายุ 6 ขวบ เตโอฟิโม แอบเดินทางไปที่ยิมแห่งนั้น เขาลองออกหมัดใส่สปีดแบก ทันทีที่เทรนเนอร์คนหนึ่งมาเห็นเข้า เขารู้ทันทีว่าเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้า จะก้าวเป็นสุดยอดนักชกในอนาคต

“ลูกของคุณทำในสิ่งที่คนทั่วไปใช้เวลาเรียนรู้นาน 5 ปี” เทรนเนอร์คนหนึ่งกล่าวกับเตโอฟิโม ซีเนียร์

พรสวรรค์ด้านหมัดมวยของ เตโอฟิโม จูเนียร์ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สืบทอดมาจากสายเลือด กล่าวกันว่า ปู่ของเขา มีพละกำลังแข็งแกร่งจนสามารถต่อสู้กับวัวกระทิงด้วยมือเปล่า ขณะที่ เตโอฟิโม ซีเนียร์ ก็เป็นนักมวยเช่นกัน แต่ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก

สวนทางกับผู้เป็นพ่อ เตโอฟิโม จูเนียร์ เติบโตอย่างรวดเร็วในวงการมวยสากล เริ่มต้นจากการคว้าแชมป์ Florida Silver Gloves รุ่น 70 ปอนด์ ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ต่อด้วยแชมป์ National Silver Gloves ในปี 2013 และเหรียญทองจากรุ่นไลท์เวตของ National Golden Gloves ในปี 2015

“ผมคิดว่าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์ของจริง เขาเป็นเด็กที่แข็งแกร่ง และมีอนาคตไกลในระดับอาชีพ เขามีความสามารถ เขาคือนักสู้ที่ดี” บ๊อบ อารัม โปรโมเตอร์ชื่อดัง เจ้าของ Top Rank Promotion ยกย่องฝีมือการชกของเตโอฟิโม

ความสำเร็จของ เตโอฟิโม จูเนียร์ มีผู้ชายคนหนึ่งอยู่เบื้องหลัง เขาไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก เตโอฟิโม ซีเนียร์ เพราะนับแต่วันที่ลูกชายตัดสินใจเป็นนักมวย เตโอฟิโม ผู้เป็นพ่อ ได้ผันตัวเป็นเทรนเนอร์ประจำตัวของลูกชายนับแต่นั้น

แม้จะเป็นครูพักลักจำจากการดูคลิปของ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ และ อันเดร วาร์ด ใน YouTube บวกกับการแสดงของ บรู๊ซ ลี ในหนังอย่าง Enter the Dragon หรือ Game of Death แต่ เตโอฟิโม ซีเนียร์ กลับปลุกปั้น เตโอฟิโม จูเนียร์ ให้กลายเป็นสุดยอดนักชกได้อย่างเหลือเชื่อ

“เมื่อเป็นเรื่องของการชกมวย พ่อของผมมหัศจรรย์ราวกับเป็นจอมเวทมนตร์” เตโอฟิโม จูเนียร์ กล่าวถึงเทรนเนอร์ที่ดีที่สุดในชีวิต

เตโอฟิโม ซีเนียร์ พยายามเป็นต้นแบบของลูกชายในทุกด้าน ไม่ใช่แค่ฐานะของเทรนเนอร์ประจำตัว แต่รวมถึง “ความเป็นพ่อ” ในทุกมิติ ซึ่งรวมไปถึงการปกปิดความลับที่ตัวเองยังคงเป็นทาสสุรา และ ยาเสพติด เพื่อป้องกันไม่ให้ เตโอฟิโม จูเนียร์ เดินบนเส้นทางเดียวกัน

“ผมเคยไปรับพ่อที่บาร์ เขาเมาหลับอยู่บนโต๊ะพูล ผมยังเคยลงไปชั้นใต้ดินของบ้าน เห็นพ่อเมาเละเทะ ครั้งหนึ่งผมเคยเห็นเขาเสพโคเคนที่คลับด้วยซ้ำ” เตโอฟิโม จูเนียร์ เล่าถึงอีกด้านที่พ่อของเขาพยายามหลบซ่อน

“มันทำให้ผมเข้าใจความยากลำบากของพ่อและแม่ เขาไม่อยากให้ผมเห็นภาพเหล่านั้น แต่สุดท้าย ผมก็รู้เรื่องราวทั้งหมด”

ไม่มีใครรู้สึกดีที่เห็นพ่อของตัวเองทำแบบนั้น แต่ภาพอีกด้านที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้ เตโอฟิโม จูเนียร์ มุ่งมั่นบนเส้นทางสายกีฬา เพราะในอีกไม่กี่ปีถัดมา วัยรุ่นคนหนึ่งในฟลอริดา จะกลายเป็นแชมป์โลกไร้พ่าย ที่น่าจับตาที่สุดในวงการมวยสากลอาชีพ

ฝันสลายที่โอลิมปิก

ปี 2016 เตโอฟิโม โลเปซ มีชื่อเป็นหนึ่งในนักชก ที่ได้รับการคัดเลือกสู่มหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2016 ที่นครริโอ เด จาเนโร ประเทศบราซิล เจ้าหนุ่มวัย 19 ปี ผ่านการคัดเลือก และคว้าตำแหน่งผู้ชนะในรุ่นไลท์เวต เตรียมเป็นตัวแทนทีมชาติสหรัฐอเมริกา ในการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนที่สิ่งไม่คาดฝันจะเกิดขึ้น …Advertisement

“ผมเป็นนักมวยคนแรกที่ชนะการคัดเลือกโอลิมปิก แต่ไม่ได้ลงแข่งขันในฐานะนักกีฬาทีมชาติสหรัฐอเมริกา” เตโอฟิโม ให้สัมภาษณ์กับ Channel 6 News

หลัง เตโอฟิโม คว้าตำแหน่งผู้ชนะในการคัดเลือก ทีมชาติสหรัฐอเมริกาประกาศว่า จะคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันตามอันดับในรายการ World Series of Boxing ซึ่ง เตโอฟิโม ไม่เคยแข่งขันแม้แต่นัดเดียว เนื่องจากอายุไม่ถึงเกณฑ์ ทำให้เด็กหนุ่มจากบรูคลินหมดสิทธิรับใช้ชาติ แบบไม่มีเงื่อนไข

“เรื่องนี้ทำให้ผมเจ็บปวดมาก ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา ผมมีความฝันเพียงอย่างเดียวคือการเป็นตัวแทนทีมชาติสหรัฐอเมริกาในโอลิมปิก” เตโอฟิโม เปิดใจหลังถูกคัดออกจากทีมชาติสหรัฐอเมริกา

ถึงผิดหวัง ชีวิตยังต้องเดินต่อ เตโอฟิโม เปลี่ยนไปสังกัดทีมชาติฮอนดูรัส ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2016 โชคร้ายสำหรับนักมวยรุ่นเยาว์อย่างเขา ที่แม้จะฝีมือดี แต่ไร้ชื่อเสียง เนื่องจากไต่เต้าจากการเป็นนักมวยท้องถิ่น 

เตโอฟิโม ถูกพิษเกมการเมืองในวงการมวยสากลสมัครเล่นโจมตีอีกครั้ง หลังถูกตัดสินให้แพ้ โซเฟีย อูมีอา นักชกชาวฝรั่งเศส ด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ แบบค้านสายตาคนดู

“คุณได้ยินเสียงโห่ของคนดูแล้ว AIBA ไม่ต้องการให้ผมชนะ เพราะพวกเขากลัวว่าผมจะสร้างสิ่งที่อื้อฉาว เพราะพวกเขาต้องการขโมยความฝันของผม” เตโอฟิโม ให้สัมภาษณ์ทันที หลังตกรอบโอลิมปิก

“AIBA คือองค์กรคอรัปชั่น” เตโอฟิโม ยืนยันความคิดของเขาด้วยการแสดงออกบนเวที เมื่อคำตัดสินถูกประกาศออกมา 

เตโอฟิโม นั่งคุกเข่ากลางสังเวียน ก่อนจะตีลังกากลับหลัง เพื่อประท้วงผลการแข่งขัน ก่อนโบกมือลาวงการมวยสมัครเล่น และผันตัวสู่เวทีมวยสากลอาชีพเต็มตัว ด้วยการเซ็นสัญญากับ Top Rank Promotion หนึ่งในค่ายมวยที่ดีที่สุดบนโลกใบนี้

ประกาศศักดาให้โลกประจักษ์ 

“ผมคือผู้ให้ความบันเทิง เพราะฉะนั้น ผมต้องให้ความบันเทิงกับผู้ชม สไตล์ของผมหรือ ? ผมมีเทคนิคยอดเยี่ยม และฉลาดมากเมื่ออยู่บนเวที ฉลาดเหมือนอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เลยละ”

หากเป็นนักมวยอายุ 20 ปีรายอื่น แฟนกีฬาทั่วโลกคงหัวเราะกับคำพูดที่ออกมา แต่สำหรับ เตโอฟิโม โลเปซ เขาพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้โม้หรือโอ้อวดเกินจริง 

ด้วยการใช้เวลาไม่ถึง 2 ปี นับตั้งแต่เทิร์นโปร คว้าแชมป์ WBC Continental Americas รุ่นไลท์เวต มาครอง ด้วยการชนะน็อค วิลเลียม ซิลวา ในยกที่ 6 ของการแข่งขัน เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2018

“คุณไม่รู้หรอว่าผมอยากต่อยคนมากแค่ไหน ความโกรธ ความแค้นเคือง ทั้งหมดที่อยู่ในตัวผม … แน่นอนว่า ผมไม่ได้ต้องการน็อคเอาท์ทุกคน แต่ทุกหมัดที่ผมปล่อยออกไป มันต้องแรงพอจะน็อคไอ้นั่นให้ร่วงลงพื้น” เตโอฟิโม ให้สัมภาษณ์กับ ESPN หลังมือขวาหัก ในไฟต์ที่พบกับ วิลเลียม ซิลวา

เพียงพริบตาเดียว เตโอฟิโม ชนะ 15 ไฟต์รวดโดยไม่แพ้ใคร ซึ่งเป็นการชนะน็อคถึง 12 ไฟต์ คว้าแชมป์โลก IBF จนได้โคจรมาพบกับ วาซีล โลมาเชนโก แชมป์โลกรุ่นไลท์เวต 3 สถาบัน (WBA, WBO และ The Ring) และ WBC Franchise โดยมีการเดิมพันเข็มขัด 3 เส้นจาก วาซีล สองเส้น และ โลเปซ หนึ่งเส้น 

ทันทีที่เสียงระฆังดังขึ้น เตโอฟิโม เดินหน้าบุกไม่ยั้ง เขาใช้ความโกรธเกรี้ยวทั้งหมดที่อยู่ในตัวเป็นพลัง ตลอด 12 ยก เตโอฟิโม ออกหมัด 659 ครั้ง มากกว่าโลมาเชนโกถึง 2 เท่า 

แม้จะไม่มีหมัดไหนที่แรงพอทำให้คู่ต่อสู้นับสิบ แต่ก็มากพอให้กรรมการลงคะแนนเป็นเอกฉันท์ ตัดสินให้ เตโอฟิโม เป็นฝ่ายชนะ โลมาเชนโก ที่ใครก็มองว่าเหนือเขาไปได้ 

“ผมคือนักสู้ ผมจำเป็นต้องไปให้สุด เพราะผมรู้ว่าเขาจะเข้ามาเอาทุกอย่าง และผมให้เขาไปไม่ได้” เตโอฟิโม ให้สัมภาษณ์กับ ESPN หลังจบไฟต์

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ เตโอฟิโม เขี่ย โลมาเชนโก ร่วงจากการเป็น บัลลังก์นักชกดีที่สุดเมื่อเทียบปอนด์ต่อปอนด์ของ ESPN และทำให้เขาผงาดขึ้นไปเป็น แชมป์โลกเบอร์ 1 รุ่นไลท์เวต ตามการจัดอันดับของ Boxrec 

เด็กหนุ่มที่มีรากฐานจากตระกูลที่ยากลำบาก เต็มไปด้วยความรุนแรง ยาเสพติด และโศกนาฏกรรม เตโอฟิโม โลเปซ เรียนรู้จากเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนาม เปลี่ยนความคับแค้นที่อยู่ในใจกลายเป็นแรงผลักดัน พาเขาขึ้นสู่จุดสูงสุดในอาชีพของตัวเองได้สำเร็จ

ประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทำให้ เตโอฟิโม เป็นนักกีฬาที่ยอดเยี่ยม เช่นเดียวกับอีกด้านของชีวิตอีกด้าน เตโอฟิโมมีความสุขกับครอบครัวที่เมืองลาสเวกัส 

เขาสลัดคราบนักมวยเลือดร้อน เป็นชายหนุ่มที่สุขุมและน่าเชื่อถือ ใช้เวลาพักผ่อนไปกับสุนัข 2 ตัว และภรรยา รวมถึงความฝันบางอย่างที่ยังค้างคาในใจ

“ผมคือสามีที่ดี น้องชายที่ดี ลูกชายที่ดี และผมยังสามารถต่อยคนอื่นได้บนเวที” เตโอฟิโม ให้สัมภาษณ์กับ ESPN ในบ้านของเขาที่ลาสเวกัส

“ผมมั่นใจว่า ผมจะเป็นพ่อที่ดี” เขาพูดด้วยความมั่นใจ เหมือนกับตอนเทิร์นโปรที่ เตโอฟิโม บอกถึงสิ่งที่เขาเป็น และจะทำแบบนั้นได้จริง ๆ 

ติดตามข้อมูล ข่าวสาร เพิ่มเติม

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง เพจR1Fight

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง Youtube

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here