เพชรจีจ้า ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม ขอปั้นฟอร์มแกร่งก่อนเปิดศึกชิงบัลลังก์ อัลลิเซีย

0
163

“เพชรจีจ้า ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม” นักสู้สาวชาวไทยวัย 21 ปี ได้โอกาสกลับมาขึ้นสังเวียนในฐานะนักกีฬา ONE เป็นครั้งที่สอง และไม่ทำให้แฟน ๆ ชาวไทยที่รอเชียร์ต้องผิดหวัง หลังปิดเกมเอาชนะทีเคโอ “เซเลสต์ ฮันเซน” นักสู้สาวขาลุยจากออสเตรเลีย วัย 29 ปี ที่มาเปิดตัวใน ONE รายการใหญ่ครั้งแรก ไปได้ในช่วงต้นยกที่สาม ของศึก ONE Fight Night 15: ธานฮ์ vs อิลยา เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับไฟต์นี้ทำเอาแฟน ๆ กีฬาการต่อสู้เซอไพรส์กันทั่วโลก เพราะถูกประกบคู่ให้พบกันในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนการแข่งขัน โดย “เพชรจีจ้า” เปิดเผยว่าเธอได้รับข้อเสนอให้ขึ้นชกล่วงหน้าเพียงแค่ 2 วัน แต่เลือกตัดสินใจตอบรับโอกาสนี้ เพราะตลอดที่ผ่านมามีการฟิตซ้อมอยู่ตลอด จึงทำให้สภาพร่างกายพร้อมสำหรับการแข่งขันอยู่เสมอ

“หลังจบไฟต์ที่แล้ว หนูก็เข้าค่ายเก็บตัวซ้อมมาตลอดค่ะ และในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา หนูก็เข้าไปซ้อมมวยสากลเพื่อทำร่างกายรอแข่งรายการชิงแชมป์ประเทศไทยให้กับต้นสังกัดทหารเรือ มองว่าสภาพร่างกายเราพร้อม จึงตัดสินใจรับไฟต์นี้ แม้จะรู้ตัวล่วงหน้าแค่ 2 วันก็ตามค่ะ”

การต้องมาเจอกับ “เซเลสต์” อีกครั้ง หลังเคยเป็นฝ่ายเอาชนะน็อกมาได้เมื่อ 3 ปีก่อน ทำให้ “เพชรจีจ้า” รู้ซึ้งถึงสไตล์การชกของนักสู้สาวออสซี รายนี้เป็นอย่างดี แต่เมื่อเผชิญหน้ากันบนสังเวียน กลับกลายเป็น “เซเลสต์” ที่ตัดสินใจหักเหลี่ยมเฉือนคม ปรับสไตล์จากมวยบู๊ดุดัน มาเป็นสายตั้งรับดักรอโต้กลับ ทำเอา “เพชรจีจ้า” ยอมรับว่าถึงกับผิดคาดมาก ๆ แต่สุดท้ายก็สามารถปิดเกมเอาชนะมาได้แบบไม่ครบยกเป็นไฟต์ที่ 4 ติดต่อกัน

“แผนของหนูในเกมนี้คือพยายามที่จะออกอาวุธแบบไม่เร่งรีบค่ะ โฟกัสไปที่การออกให้หนัก ๆ เน้น ๆ มากกว่า แต่กลับกลายเป็นว่า เซเลสต์ เดินเกมผิดจากที่หนูคาดไว้ หนูคิดว่าเขาจะมาในสไตล์บู๊ดุเดือดเหมือนเคย แต่เขากลับเปลี่ยนสไตล์การชก มาเน้นป้องกันตัวและคอยดักรอจังหวะสวนแทน เขาไม่ค่อยออกอาวุธเหมือนไฟต์ที่ผ่าน ๆ มา โดยรวมหนูไม่เห็นอาวุธที่น่ากลัวเท่าไหร่ค่ะ”

“ส่วนแผลแตกของ เซเลสต์ แผลแรกเกิดขึ้นในช่วงประมาณกลางยกสองจากศอกของหนู และก็ช่วงต้นยกสาม จังหวะที่ เซเลสต์ ต่อยหมัดมา หนูก็สวนแข้งขวาเข้าที่บริเวณดั้งจมูกของเขาจนเกิดแผลฉกรรจ์ กรรมการจึงสั่งยุติการชกไปค่ะ”

เพชรจีจ้า ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม

แม้จะเก็บชัยชนะในไฟต์นี้ไปได้อย่างสวยงาม แต่ “เพชรจีจ้า” มองเห็นจุดอ่อนสำคัญของตัวเองที่ต้องกลับไปปรับปรุงแก้ไข คือเรื่องของการออกอาวุธที่ยังขาดความหนักหน่วงและความแม่นยำ ซึ่งอาจจะทำให้ตัวเธอเจอปัญหาได้สำหรับไฟต์ต่อไปในอนาคต หากยังไม่รีบถอดบทเรียนเพื่อนำไปพัฒนาแก้ไขให้ดีขึ้น

“โดยรวมแล้วหนูก็พอใจในระดับหนึ่งกับฟอร์มการชกของหนู แต่ยังมีสิ่งที่ต้องกลับไปปรับปรุงแก้ไขให้ได้ คือเรื่องของการออกอาวุธที่ยังไม่มีความหนักแน่นเท่าที่ควร รวมไปถึงความแม่นยำด้วย เพราะถ้าเกิดอีกหน่อย ยังออกอาวุธไม่แม่นแบบนี้ แล้วบังเอิญไปเจอคู่ชกที่เขาออกอาวุธคม ๆ สวนมาแม่น ๆ ก็อันตรายอยู่ค่ะ”

โดย “เพชรจีจ้า” ที่ทำสถิติสุดโหดเก็บชัยชนะแบบไม่ครบยกได้ 4 ไฟต์ติดต่อกัน ตั้งเป้าที่จะโชว์ฟอร์มสวย ๆ อีกสัก 1-2 ไฟต์ รวมถึงยกระดับความแข็งแกร่งของร่างกายให้มากขึ้นกว่าเดิม แล้วจึงจะมองไปยังโอกาส ที่จะได้ขึ้นไปท้าชนแชมป์โลกคุณมัม “อัลลิเซีย เฮลเลน รอดริเกส” เพื่อลุ้นกระชากเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105 – 115 ป.) ซึ่งเป็นเป้าหมายอันสูงสุดมาครอง

“เป้าหมายสูงสุดของหนู คือการคว้าแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต มาครองให้ได้ค่ะ ในอนาคตอยากจะมีโอกาสได้เจอ “อัลลิเซีย” เพื่อขอท้าชิงแชมป์โลก แต่หนูขอทำฟอร์มต่ออีกสัก 1-2 ไฟต์ก่อน แล้วมาดูว่าฟอร์มของหนูดีขนาดไหน สมควรที่จะได้รับโอกาสชิงแชมป์หรือยัง เช่นเดียวกับสภาพร่างกายที่หนูต้องแข็งแกร่งกว่านี้อีกค่ะ เพราะ อัลลิเซีย เป็นนักสู้ที่แข็งแรงและดุดันมาก”

สำหรับแผนการต่อไปในอนาคตข้างหน้า “เพชรจีจ้า” ยืนยันชัดเจน จะไม่ขยับเวตขึ้นไปแข่งขันในรุ่นสตรอว์เวต (115 – 125 ป.) อย่างแน่นอน แต่พร้อมเปิดกว้างรับความท้าทายครั้งใหม่ ในการกระโดดข้ามสายไปแข่งในกติกาคิกบ็อกซิ่งหากได้รับโอกาส

“ในอนาคตหนูไม่มีแผนขยับเวตค่ะ เพราะรูปร่างหนูค่อนข้างเสียเปรียบคนอื่น ๆ ในรุ่นสตรอว์เวตค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าเกิดมีโอกาสให้หนูได้ลองข้ามสายไปชกในกติกาคิกบ็อกซิ่ง หนูก็พร้อมที่จะลองข้ามสายดู ส่วนกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) หนูก็เคยฝึกซ้อมมาบ้างที่ค่าย ลองซ้อมไว้ เผื่ออนาคตจะได้ลองชกดูบ้าง”

บทความก่อนหน้านี้ราชดำเนิน เปิดตัวแรงกิ้งมวยหญิง ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 78 ปี พร้อมเตรียมจัดชิงแชมป์
บทความถัดไปโปรแกรมมวย ศึกมวยไทยพันธมิตร วันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม 2566

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่